ท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน บุกเชือด จิ้งจอก 10 ตัว คารัง 2-1

ท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน บุกเชือด จิ้งจอก 10 ตัว คารัง 2-1

   ท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน บุกไปเฉือนเอาชนะ จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 จุดเปลี่ยนเกมนี้ของ เลสเตอร์ ก็คือการที่ เวส มอร์แกน โดนใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 63 นั่นเอง

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ ท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ท็อฟฟี่ เอฟเวอร์ตัน เชือด จิ้งจอก คาบ้าน 2-1

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 7เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำเร็วไปก่อน 1-0 ประตูนี้คงต้องชม แบร์นาร์ด ที่โชว์สกิลยอดเยี่ยม ลากบอลหลบ 2 กองหลังของจิ้งจอกไปจนสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้ ริชาร์ลิสัน ได้จบโดยการส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายเรียบร้อยรองเรียนท็อฟฟี่

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรกนาทีที่ 34 เลสเตอร์ เกือบจะได้ประตูตีเสมอจากหัวหอกของทีมอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ ที่อาศัยความเร็วของตัวเองวิ่งแซงกองหลัง เอฟเวอร์ตัน หลุดเข้าไปยิง แต่น่าเสียดายที่บอลหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   แต่แล้วช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 40 เลสเตอร์ ก็เอาจนได้ เมื่อในที่สุดก็มาได้ประตูตีเสมอสำเร็จ จากจังหวะโต้กลับเร็วเป็น เปไรร่า ที่เล่นชิ่งกับ อิเฮียนาโช่ หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเลี้ยงเข้าเขตโทษแล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้ายทันที และก็เป็นประตู จิ้งจอก ตามตีเสมอจนได้ 1-1

   ครึ่งหลังนาทีที่ 56 เอฟเวอร์ตัน เกือบจะแซงอีกครั้งจากจังหวะที่ ซิลเวลล์ พาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะตัดเข้ากลาง แล้วจัดการสับด้วยขวาหน้าเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 63 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นเริ่มจะเลวร้ายลง เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ มอร์แกน โดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นแดงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่เจ้าตัวไปทำฟาวล์ข้างหลังใส่ ริชาร์ลิสัน

   หลังจากที่เหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เลสเตอร์ ก็โดน เอฟเวอร์ตัน บุกอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งช่วงท้ายเกมนาทีที่ 77 ก็ต้านไม่ไหว ต้องเสียประตูที่สองให้กับท็อฟฟี่สีน้ำเงินจนได้ จากลูกยิงไกลสุดสวยของ ซิเกิร์ดสัน ที่ระยะประมาณ 35 หลา บอลพุ่งฮุคใต้คานเข้าประตูไปแบบที่ ชไมเคิล หมดสิทธ์เซฟ เอฟเวอร์ตัน นำอีกครั้ง 2-1

   ในช่วงเวลาที่เหลือ เอฟเวอร์ตัน ยังทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และเกือบจะได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 85 จากลูกโหม่งของ ซูม่า แต่บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว สุดท้ายจบเกม เอฟเวอร์ตัน บุกไปเฉือนเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 10 คนไป 2-1

 

ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เซ็ง!! นำก่อนแต่โดน เอ็มโปลี ตามเจ๊า 1-1

ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เซ็ง!! นำก่อนแต่โดน เอ็มโปลี ตามเจ๊า 1-1

   ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ขึ้นนำเร็วตั้งแต่ 10 นาทีแรก แต่ในครึ่งหลังมาเสียจุดโทษ ทำให้ เอ็มโปลี ตามเจ๊า 1-1 ในศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา นัดที่ 6 ที่สนาม คาร์โล คาสเตลลินี่ ผลบอลสด วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2561

   เจ้าถิ่น เอ็มโปลี เกมในนัดนี้ปรับทีม 2 ตำแหน่งจากเกมสุดสัปดาห์ โดยเปิดโอกาสให้ อิสมาเอล เบนนาเซร์ และ ฮาเหม็ด ตราโอเร่ ออกสตาร์จเป็นตัวจริง

   ส่วนทางด้านทีมเยือน เอซี มิลาน กุนซือ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ตัดสินใจดร็อป ริคคาร์โด้ โรดริเกซ แล้วให้ ดิเอโก้ ลาซาลท์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง รวมทั้งพัก กอนซาโล่ อิกวาอิน เปิดโอกาสให้ ฟาบิโอ บอรินี่ ยืนหน้าเป้าแทน

ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน นำก่อน แต่สุดท้านโดน เอ็มโปลี ตามตีเสมอสำเร็จในครึ่งหลัง

   เริ่มเกมมาไม่เท่าไหร่ เพียงนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ลาซาลท์ พาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะผ่านเข้ากลาง แล้วกองหลังของเจ้าถิ่นสกัดไม่ดี ทำให้ บิญ่า ได้ซัดเต็มข้อ บอลไปแฉลบ คาเปซซี่ สกัดเข้าไประตูตัวเองไป เอซี มิลาน นำก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตูเร็ว เอ็มโปลี ไม่มีทางเลือกต้องเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืนให้ได้ นาทีที่ 31 โอกาสทองสวยๆของเจ้าถิ่น บอลเริ่มจาก เบนนาเซร์ วางบอลยาวไปให้ คาปูโต้ ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ

   ถัดมาอีกนาทีเดียวเท่านั้นเป็นทีของมิลานบ้างที่ได้ลุ้นจากจังหวะสวนกลับ โบนาเวนตูร่า ได้ยิงไปติดเซฟของ แตร์รัชเคียโน่ ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น มาเข้าทาง เครสซี่ ซ้ำดาบสองแต่นายทวารเอ็มโปลีก็ยังลุกมาทันปัดทิ้งได้อีกครั้ง

   ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมของ เอซี มิลาน ค่อนข้างจะดูดีกว่าเจ้าถิ่น มีอกาสบุกทำเกมอยู่อีกหลายจังหวะ แต่ยังไม่แม่นพอจะเป็นประตู ทำให้จบครึ่งแรก เอซี มิลาน นำ เอ็มโปลี อยู่เพียงแค่ 1-0

   ครึ่งหลัง เอ็มโปลี ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เดินหน้าบุกเข้าใส่ทันที เพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ มิลาน ไม่ยอม ยังคงรักษาสกอร์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และมีโอกาสได้สวนกลับบ้าง  นาทีที่ 58 ซูโซ่ ไหลบอลให้ บอรินี่ เข้าไปซัดติดบล็อค

   จากนั้นนาทีที่ 71 เอซี มิลาน ที่รูปเกมดีกว่ามาโดยตลอดต้องมาเสียจุดโทษจากจังหวะที่ บิญ่า ไปทำฟาวล์ใส่ คาปูโต้ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และเป็น คาปูโต้ ที่ลุกขึ้นมาสังหารเอง แล้วก็ไม่พลาด บอลพุ่งเข้าไปกองก้นตาข่ายเรียบร้อย เอ็มโปลี ตามเจ๊าสำเร็จ 1-1

   ช่วงเวลาที่เหลือ มิลาน พยายามบุกเพื่อจะเอาประตูชัย แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายจบเกม เอซี มิลาน บุกมาเจ๊ากับ เอ็มโปลี ไป 1-1 นับเป็นผลเสมอเกมที่ 3 ติดต่อกันแล้วของทีมปีศาจแดงดำ