พลิกแซงครึ่งหลัง ไลป์ซิก โหดกว่าแซงเข้าป้ายท้ายเกมอัด เลเวอร์คูเซ่น 4-2

พลิกแซงครึ่งหลัง ไลป์ซิก โหดกว่าแซงเข้าป้ายท้ายเกมอัด เลเวอร์คูเซ่น 4-2

   พลิกแซงครึ่งหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก ตกเป็นรองในครึ่งแรกก่อนจะพลิกสถานการณ์กลับมายิง 3 ลูกรวดในครึ่งหลัง แซงเอาชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไป 4-2

พลิกแซงครึ่งหลัง ไลป์ซิก อัด เลเวอร์คูเซ่น 4-2

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เปิดบ้านพบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนาม ไบย์ อารีน่า ในวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562

   ไลป์ซิก ทีมอันดับ 3 ต้องการคะแนนเพื่อทำอันดับไปเล่นใน แชมเปี้ยนลีก ส่วน เลเวอร์คูเซ่น ทีมอันดับ 7 ก็ต้องการชัยชนะเพื่อโควต้าเล่นถ้วยยุโรปเช่นกัน

   เริ่มเกม ไลป์ซิก ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ แวร์เนอร์ ได้บอลแล้วหาจังหวะลองยิงนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

   ถัดมานาทีที่ 10 หลังจากที่ได้ลุ้นประตูอยู่หมาดๆกลับกลายเป็นเสียจุดโทษเมื่อ ออร์บาน ไปเกี่ยว โฟลลันด์ ล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงชี้ให้เป็นจุดโทษกับ เลเวอร์คูเซ่น ทันที และสุดท้ายเป็น ฮาเวิร์ด ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   แต่ ไลป์ซิก ก็ไม่ได้ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ใจนานเมื่อมาได้ประตูตีเสมอเร็วในนาทีที่ 17 จากฟรีคิก เป็นจังหวะที่ ฟอร์สเบิร์ก ถูกทำฟาวล์นอกกรอบเขตโทษ แล้วเป็น ซาบิทเซอร์ ที่ปั่นบอลเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ไลป์ซิก ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1

   จากนั้นทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันสนุก ในนาทีที่ 13 เป็น เลเวอร์คูเซ่น ที่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาหน้าปากประตู แล้วผู้เล่น ไลป์ซิก เคลียร์บอลไม่ดีเลยมาเข้าทาง ฮาเวิร์ด ทางฝั่งขวาเจ้าตัวจัดการซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งชนเสาไกลเข้าประตูไป เจ้าถิ่นขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

   ไลป์ซิก พยายามจะทวงประตูคืนแต่ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก ส่วนเจ้าถิ่นมีโอกาสได้บุกอย่างต่อเนื่องและเป็นฝ่ายที่ทำได้ค่อนข้างดีกว่า จบเกมครึ่งแรก เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำ ไลป์ซิก ไปก่อน 2-1

   ครึ่งหลังเจ้าถิ่นส่งบอลเข้าไปกองก้นประตูของ ไลป์ซิก ได้อีกครั้งจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ไบลีย์ เข้าไปซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปเรียบร้อย แต่ผู้เล่น ไลป์ซิก ประท้วงว่าเป็นลูกล้ำหน้า กรรมการจึงตัดสินใจดู VAR และตัดสินว่า ไบลีย์ ล้ำหน้าจริง จึงไม่ให้ประตูกับเจ้าถิ่น สกอร์ยังคงอยู่ที่ 2-1

   หลังจากที่เกือบจะโดนทิ้งห่าง ไลป์ซิก ก็มาไล่ตามตีเสมอ 2-2 สำเร็จในนาทีที่ 64 จากลูกยิงด้วยเท้าขวาของ แวร์เนอร์ บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

   เกมต้องหยุดลงชั่วคราวในนาทีที่ 69 เมื่อผู้ตัดสินต้องไปเช็ค VAR หลังสงสัยว่า ไวเซอร์ จะทำแฮนด์บอลในเขตโทษ หลังจากเช็คเสร็จแล้วผู้ตัดสินจึงเป่าให้ ไลป์ซิก ได้จุดโทษทันที เมื่อมีการพบว่า ไวเซอร์ ทำแฮนด์บอลจริง แล้วเป็น ฟอร์สเบิร์ก ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าไป ทำให้ทีมเยือนพลิกกลับขึ้นมานำเป็น 3-2

   ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นบุกอย่างหนักเพื่อจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่กลับเป็นฝ่ายที่โดนยิงประตูเมื่อในนาทีที่ 83 คุนญ่า ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัว ฮราเด็ตคกี้ เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ไลป์ซิก นำห่าง 4-2

   ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายจบเกม ไลป์ซิก เป็นฝ่ายแซงเอาชนะ เลเวอร์คูเซ่น ไป 4-2

 

โด้แฮตทริก ยูเวนตุส เปิดบ้านไล่อัด ตราหมี 3-0 ลิ่ว 8 ทีม UCL

โด้แฮตทริก ยูเวนตุส เปิดบ้านไล่อัด ตราหมี 3-0 ลิ่ว 8 ทีม UCL

   โด้แฮตทริก ม้าลาย ยูเวนตุส ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดแฮตทริกพา ยูเว่ เอาชนะ แอตเลติโกด้ มาดริด ไปขาดรอย 3-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก ด้วยสกอร์รวม 3-2

โด้แฮตทริก ยูเวนตุส เปิดบ้านไล่อัด ตราหมี 3-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2018/19 รอบ 16 ทีม นัดที่สอง ม้าลาย ยูเวนตุส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือจาก ตราหมี แอตเลติโกด้ มาดริด ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดียม ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562

   ยูเวนตุส ชนะใน เซเรียอา มา 3 เกมรวด ส่วน แอตฯมาดริด ชนะมา 5 นัดรวดรวมทุกรายการชนิดไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

   สำหรับคู่นี้เจอกันมา 3 ครั้งในรายการนี้ ซึ่ง ตราหมี ยังไม่เคยพ่ายให้กับ ม้าลาย เลยแม้แต่ครั้งเดียว (ชนะ 2, เสมอ 1) และในนัดแรก แอตฯมาดริด ก็เป็นฝ่ายที่เอาชนะ ยูเวนตุส ไปก่อน 2-0

   เริ่มเกม ยูเวนตุส บุกจากซ้ายไปขวาและเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายในนาทีที่ 4 แบร์นาร์เดสคี่เปิดบอลไปหน้าปากประตู โรนัลโด้ พุ่งไปอัดกับโอบลัค แล้วบอลมาเข้าทางคิเอลลินี่ ซัดบอลเข้าประตูไป แต่ไม่ได้ประตูเนื่องจากโรนัลโด้โดนจับฟาวล์ไปก่อน

   เกมเลยมาถึงนาทีที่ 27 ในที่สุด ยูเว่ ก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากความยอดเยี่ยมของ แบร์นาร์เดสคี่ กระชากบอลไปหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนขะเปิดไปเสาสองให้ โรนัลโด้ โหม่งเข้าไปไม่เหลือ ยูเวนตุส นำก่อน 1-0

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ ม้าลาย ยังคงพยายามตั้งหน้าตั้งตาบุกเพื่อจะเอาประตูที่สองให้ได้ นาทีที่ 45 ได้ลุ้นจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ปานิช เปิดบอลเข้ามากลางประตูให้ คิเอลลินี่ ได้โหม่ง บอลกำลังจะเสียบใต้คานแต่ โอบลัค ยังพุ่งไปปัดออกไปได้

   จบครึ่งแรก ยูเวนตุส ยังนำอยู่ 1-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 48 ม้าลาย ก็มาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ คันเซโล่ เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะโยนไปหน้าปากประตูให้ โรนัลโด้ โหม่งบอลเข้าเสาสองเป็นประตูพา ยูเว่ นำห่างเป็น 2-0 ตอนนี้เกมกลับมาเท่ากันแล้ว

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 ยูเวนตุส มาได้ประตูชัยจากจุดโทษเมื่อ แบร์นาร์เดสคี่ ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วถูก คอร์เรอา เกี่ยวล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษกับ ม้าลายทันที แล้วก็เป็น โรนัลโด้ ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าประตูไปไม่เหลือ ยูเว่ กุมชัยไว้ในมือแล้ว 3-0

   ช่วงเวลาที่หลือ ตราหมี พยายามอย่างหนักเพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้ เพราะเพียงประตูเดียวก็สามารถทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบแล้ว แต่จนกระทั่งจบเกมก็ไม่สามารถยิงประตู ยูเวนตุส ได้ สุดท้ายจึงเป็น ยูเวนตุส ที่เอาชนะ แอตเลติโกด้ มาดริด ไป 3-0 พลิกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก ด้วยสกอร์รวม 3-2